วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การเพาะเลี้ยงกุ้งการ์ตูน

การเพาะเลี้ยงกุ้งการ์ตูน
               กุ้งการ์ตูน มีชื่อสามัญเรียกว่า  Harlequin Shrimp (USA) และ Painted Harlequin Shrimp (UK) (sealifebase, 2011)  และมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Hymenocera  picta ( Dana, 1852) ในอดีตชื่อที่เรียกกุ้งการ์ตูนอีกชื่อหนึ่งคือ  Hymenocera elegan (Heller, 1861)  แต่ปัจจุบันชื่อที่ยอมรับและใช้เรียกกุ้งการ์ตูนคือ   H.  picta  sealifebase, 2011)  กุ้งการ์ตูนเป็นกุ้งทะเลขนาดเล็ก มักพบอยู่เป็นคู่อาศัยอยู่ตามโพรงหินหรือซอกหินที่ค่อนข้างมืดในแนวปะการัง ลำตัวสีขาว มีลวดลายสวยงาม มีสีสันที่แตกต่างกันในแต่ละถิ่นอาศัย กุ้งการ์ตูนที่พบในมหาสมุทรแถบIndo-West Pacific มีลายจุดแต้มโทนสีฟ้าหรือสีน้ำเงินบริเวณขอบด้านนอก  สำหรับกุ้งการ์ตูนที่พบบริเวณมหาสมุทร Central-Eastern Pacific โดยเฉพาะที่เกาะฮาวาย มีลายจุดแต้มโทนสีม่วงหรือสีม่วงอมแดง ทั้งสองชนิดจะมีสีเหลือง สีเหลืองอมส้มหรือสีน้ำตาลอยู่ภายในลายจุดและมีลวดลายสีน้ำเงิน สีขาว สีเหลือง สีน้ำตาลที่ก้ามและบริเวณส่วนหัว ลำตัวสั้นและกว้าง มีกรีเล็กและยื่นไปไม่ยาวกว่าตา มีขาทั้งหมด 5 คู่ (Pereiopod) ขาเดิน2 คู่แรก เปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่เป็นเขี้ยว (Claws) สำหรับคุ้ยหรือตะล่อมอาหาร และเปลี่ยนเป็นอาวุธป้องกันตัวเอง และมีขาเดินจำนวน 3 คู่  มีความยาวประมาณ 2-3 นิ้ว                          
                 กุ้งการ์ตูนอยู่ในกลุ่ม Caridea ซึ่งเป็นกุ้งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับกุ้งก้ามกราม (Macrobrachium rosenbergii  )  จะมีการวางไข่และเกาะติดบริเวณขาว่ายน้ำของกุ้งเพศเมีย  ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่จะเป็นระยะซูเอี้ย ( ZOEA)  มีลักษณะห้อยหัวลงและมีวิวัฒนาการโดยอาศัยการลอกคราบ จนถึงระยะกุ้งคว่ำหรือกุ้งวัยรุ่น  (ประจวบ, 2527) จากการศึกษาของ Kraul( 1999, อ้างตาม Lin, 2005)  ลูกกุ้งการ์ตูนวัยอ่อนใช้เวลา 28 -56 วัน จึงจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างจากระยะซูเอี้ย (Zoea) เป็นลูกกุ้งระยะคว่ำ (Postlarva)
ในประเทศไทยกุ้งการ์ตูนพบอาศัยอยู่ตามกองหินใต้น้ำหลายๆแห่งในทะเลอันดามัน  ได้แก่ จังหวัดกระบี่  พังงา  ภูเก็ต โดยแหล่งที่พบได้แก่  กองหินริเชลิว  ใกล้ๆกับหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา  บริเวณเกาะห้าใหญ่  เกาะพีพี  จังหวัดกระบี่ และที่หินม่วง  กองหินจมใกล้ๆกับหินแดง ในเขตจังหวัดกระบี่  เป็นต้น  ซึ่งปัจจุบันพบได้น้อยมาก  ด้วยราคาที่แพงและตลาดมีความต้องการสูง จึงถูกจับมาขายในตลาดกุ้งสวยงามเป็นจำนวนมากในแต่ละเดือน                                                 
1. จุดเริ่มต้นในการจัดตั้งโครงการเพาะเลี้ยงกุ้งการ์ตูนสวยงาม
1.1 เริ่มเพาะเลี้ยงกุ้งชนิดนี้ได้อย่างไร
               โครงการเพาะเลี้ยงกุ้งการ์ตูน เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นกุ้งสวยงามที่กรมประมงยังไม่ได้ทำการศึกษาเรื่องการเพาะและอนุบาลในโรงเพาะฟัก   จึงต้องการวิจัยและพัฒนาเรื่องการเพาะเลี้ยงและอนุบาล เพื่อเพิ่มจำนวนในการผลิตและเผยแพร่ส่งเสริมเป็นความรู้ให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจเลี้ยงกุ้งชนิดนี้
1.2. ทำไมถึงเลือกเพาะเลี้ยงกุ้งชนิดนี้
               เนื่องจากเป็นกุ้งที่มีลวดลายสวยงาม มีรูปร่างแปลกตา มีผู้สนใจซื้อไปเลี้ยงเป็นจำนวนมาก และราคาค่อนข้างแพง  จึงถูกจับมาจำหน่ายในตลาดกุ้งสวยงามเป็นจำนวนมาก ทำให้ในธรรมชาติมีจำนวนลดลงมาก ดังนั้นการเพาะเลี้ยงจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยเพิ่มจำนวนและชดเชยกุ้งที่จะถูกจับขึ้นมา รวมทั้งการอนุรักษ์สายพันธุ์กุ้งในธรรมชาติและการปล่อยกุ้งคืนสู่ธรรมชาติ

               เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ในทะเลของประเทศไทยมีกุ้งชนิดนี้อยู่ด้วย สำหรับประชาชนทั่วไปโดยส่วนใหญ่ยังไม่เคยเห็นกุ้งชนิดนี้ จากการที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยองได้นำกุ้งการ์ตูนไปแสดงในงานประมงแห่งชาติและงานเกษตรแห่งชาติ พบว่า ประชาชนทั่วไปและเด็กๆให้ความสนใจเป็นอย่างมากและส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่เคยรู้จัดกุ้งชนิดนี้
1.3. ระยะเวลาในการจัดตั้งโครงการ
               เป็นงานที่ไม่ใช่งานประจำ  ไม่มีระยะเวลากำหนดแต่ดำเนินการควบคู่ไปกับงานประจำ

2. วิธีการเพาะเลี้ยงกุ้งการ์ตูน
2.1 การเตรียมพ่อแม่พันธุ์กุ้งการ์ตูน
               พ่อแม่พันธุ์กุ้งการ์ตูนซื้อมาจากตลาดนัดจตุจักร  เป็นกุ้งจากทะเลฝั่งอันดามัน ทำการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งการ์ตูนในตู้กระจก  ขนาด 12*24*15  นิ้ว  ใส่น้ำปริมาตร 40  ลิตร โดยใส่พ่อแม่พันธุ์กุ้งการ์ตูน  จำนวน 1 คู่ต่อตู้
2.2 อาหารและการให้อาหารพ่อแม่พันธุ์
               อาหารของกุ้งการ์ตูน ได้แก่  เม่นทะเล (
sea urchin) ดาวเปราะ (brittle sea stars) ดาวทะเล (sea star , Linckia sp. , Nardoa sp. ) ดาวมงกุฎหนาม ( crown- of- thorn sea star ,Acanthaster  planci)  ซึ่งได้มาจากเครื่องมืออวนปูของชาวประมงพื้นบ้าน โดยอาหารที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นดาวทะเล ( Linckia sp.)  ระยางค์มีความยาวประมาณ 5-10 นิ้ว  โดยหักครึ่งหนึ่งของความยาวระยางค์  เพื่อให้ดาวทะเลงอกออกมาใหม่  แล้วตัดเป็นชิ้นความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร  ให้กิน 1 ชิ้นต่อวันต่อพ่อแม่พันธุ์กุ้งการ์ตูน 1  คู่ 

2.3 การจำแนกเพศโดยสังเกตจากลักษณะภายนอกที่แตกต่างกัน ดังนี้
                 เพศผู้  มีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย  สีสันเข้มและมีสีน้ำเงินของลวดลายชัดเจนกว่าเพศเมีย  ลำตัวเล็กและท้องแคบกว่าเพศเมีย 
               เพศเมีย  มีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้  สีสันอ่อนกว่าเพศผู้ แต่มีลวดลายสีเหลืองหรือสีน้ำตาลมากกว่าเพศผู้   ส่วนท้องกว้างกว่าเพศผู้อย่างชัดเจน เนื่องจากเพศเมียจะวางไข่ติดกับรยางค์ขาว่ายน้ำบริเวณหน้าท้อง
2.4  การจัดการตู้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งการ์ตูนและการเตรียมน้ำ
               ดูดตะกอนและเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน วันละประมาณ 20-25 %  สำหรับวันจันทร์และวันพฤหัสบดีจะเปลี่ยนถ่ายน้ำ 50%  และนำพ่อแม่พันธุ์กุ้งการ์ตูนออกใส่ภาชนะอื่นเพื่อทำความสะอาดตู้ทุก 2 อาทิตย์
               การเตรียมน้ำทะเลสำหรับเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งการ์ตูน  มีความเค็มระหว่าง  30-33 
ppt ฆ่าเชื้อโดยใส่คลอรีน 15 กรัมต่อน้ำทะเล 1 ลูกบาศก์เมตร  ให้อากาศอย่างน้อย 3 วัน ตรวจสอบว่า มีคลอรีนตกค้างหรือไม่  สูบน้ำไปเก็บไว้ในบ่อพักน้ำ  เก็บตัวอย่างน้ำไปวิเคราะห์คุณน้ำก่อนนำไปใช้
2.5  การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์
               เลือกกุ้งเพศผู้และเพศเมียที่มีความสมบูรณ์  มีระยางค์ครบถ้วน มีสีสันสดใส  มีลวดลายสวยงามและเห็นลายหัวใจบริเวณส่วนหัวชัดเจน
2.7   การเพาะพันธุ์และการรวบรวมลูกกุ้งการ์ตูนวัยอ่อน                   
               ใช้ถังพลาสติกสีขาว ขนาดความจุ 200 ลิตร และบางครั้งจะนำไปอนุบาลในบ่อซีเมนต์ความจุ 1.5 ลูกบาศก์เมตร
2.8  ขนาดของถังที่ใช้ในการอนุบาลลูกกุ้งการ์ตูน
               ใช้ถังพลาสติกสีขาว ขนาดความจุ 200 ลิตร และบางครั้งจะนำไปอนุบาลในบ่อซีเมนต์ความจุ 1.5 ลูกบาศก์เมตร
2.9  การรวบรวมลูกกุ้งวัยอ่อน
               
หลังจากกุ้งการ์ตูนเพศเมีย มีไข่ที่บริเวณหน้าท้อง  ไข่จะใช้เวลาสำหรับการพัฒนาประมาณ 15-20  วัน ไข่จะพัฒนาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงเข้ม  จากนั้นจะฟักเป็นตัวและล่องลอยอยู่ในน้ำ  ทำการเก็บรวบรวมลูกกุ้งวัยอ่อนจากตู้พ่อแม่พันธุ์ไปอนุบาล  ลูกกุ้งการ์ตูนวัยอ่อนที่ฟักออกเป็นตัวประมาณ  900-3,000  ตัว  ขึ้นอยู่กับขนาดแม่พันธุ์
2.9 วิธีการอนุบาลลูกกุ้งวัยอ่อนตั้งแต่แรกฟักจนถึงระยะคว่ำ                         ลูกกุ้งวัยอ่อนแรกฟักจะเรียกว่า ระยะซูเอีย (Zoea) มีพัฒนาการแต่ละระยะทั้งหมด 12 ระยะ (Zoea1-Zoea12) และใช้เวลาพัฒนาถึงระยะลงเกาะหรือระยะคว่ำ (Postlarva) อยู่ในช่วงเวลาประมาณ 36-56 วัน  ขึ้นอยู่กับปัจจัยสิ่งแวดล้อมเช่น แสงแดดและอุณหภูมิ เป็นต้น ระยะเวลาที่ลูกกุ้งเริ่มลงเกาะจนหมดชุดใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน  อุณหภูมิน้ำประมาณ  30 องศาเซลเซียส ความเค็ม  30-33  ส่วนในพัน ดูดตะกอนและทำความสะอาดถังอนุบาล อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวันๆละ 25 %  และย้ายไปถังใหม่เมื่อก้นถังเริ่มสกปรก
ตารางการให้อาหารลูกกุ้งการ์ตูนวัยอ่อน
อายุ (วัน) หลังจากฟัก
อาหารที่ให้
แรกฟัก – 15
Rotifer sp. 
Artemia sp.
แพลงก์ตอนสำหรับเป็นอาหารของโรติเฟอร์
16-36 (56)
Artemia sp.
            เมื่อลูกกุ้งพัฒนาถึงระยะลงเกาะ(Postlarva) จะให้กินดาวทะเลเป็นอาหาร โดยหักเป็นชิ้นเล็กๆ  ขนาดประมาณ 3 เซ็นติเมตร ให้วันละ 1 มื้อ  ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำและดูดตะกอนทุกวัน วันละ 50 %  และเปลี่ยนถ่ายน้ำทั้งหมดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง  เพื่อกระตุ้นให้ลูกกุ้งลอกคราบจะได้เจริญเติบโตเร็วขึ้น

3. การจัดการระบบต่างๆ
3.1  งบประมาณการลงทุน
พ่อแม่พันธุ์   คู่ละ 1,500 – 2,500  บาท
ค่า  
Rotifer sp.   ลิตรละ 45  บาท
แพลงก์ตอนพืช ลิตรละ 45 บาท

ไข่ไรน้ำเค็ม (Artemia sp. )  กระป๋องละประมาณ 800 บาท
ถังขาวขนาดความจุ 200 ลิตร  ใบละ 850 บาท
ตู้กระจกสำหรับเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์และลูก
กุ้งที่ลงเกาะ  ขนาด 12*24*15  นิ้ว  ตู้ละ 600 บาท
ค่าดาวทะเล ขึ้นอยู่กับขนาด ตัวละ 20-30 บาท
อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ หัวทราย สายแอร์ สายยางดูดตะกอน  ไดโว่สูบน้ำ ฟองน้ำเช็ดตู้ กะละมัง ขันน้ำ
ต้นทุนการผลิตขึ้นอยู่กับจำนวนพ่อแม่พันธุ์และปริมาณการผลิต



 

กุ้งตัวตลก

กุ้งตัวตลก
 



           กุ้งตัวตลก  มีชื่อเรียกว่า   Harlequin Shrimp  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Hymenocera Picta Dana, 1852 เป็น กุ้งทะเลขนาดเล็ก  มักพบอยู่เป็นคู่อาศัยอยู่ตามโพรงหินซอกหินที่ค่อนข้างมืดในแนวปะการัง  มีลำตัวสีขาวลวดลายสวยงาม มีสีสันที่แตกต่างกันในแต่ละถิ่นอาศัย  กุ้งตัวตลกที่พบในมหาสมุทรแถบ  Indo-West Pacific   มีลายจุดแต้มโทนสีฟ้าหรือสีน้ำเงินบริเวณขอบด้านนอก สำหรับกุ้งตัวตลกที่พบบริเวณ มหาสมุทร Central-EasternPacific โดย เฉพาะที่เกาะฮาวาย มีลายจุดแต้มโทนสีม่วงหรือสีม่วงอมแดง  ทั้งสองชนิดจะมีสีเหลือง  สีเหลืองอมส้มหรือสีน้ำตาลอยู่ภายในลายจุด   และมีลวดลายสีน้ำเงิน  สีขาว สีเหลือง สีน้ำตาลที่ก้ามและบริเวณส่วนหัว ลำตัวดูบึกบึน สั้นและกว้าง มีกรีเล็กและยื่นไปไม่ยาวกว่าตา มีขาทั้งหมด 5 คู่  (Pereiopod) ขาเดิน 2 คู่แรก เปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่เป็นเขี้ยว (Claws)  สำหรับคุ้ยหรือตะล่อมอาหาร และเปลี่ยนเป็นอาวุธป้องกันตัวเอง  และมีขาเดินจำนวน 3 คู่ ขนาดความยาวลำตัว 5-7 เซนติเมตร


          อาหารของกุ้งตัวตลก ได้แก่ เม่นทะเล (sea urchin) ดาวเปราะ (brittle sea stars) ดาวทะเล (sea star) ชนิด Linckiasp.    และ Nardoa sp.   โดยเฉพาะดาวมงกุฎหนาม   (crown-of-thorn sea star, Acanthaster planci)   ซึ่งเป็นสัตว์ที่กินปะการังเป็นอาหาร


           ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง       ทำการเพาะและอนุบาลูกกุ้งตัวตลกได้ประสบความสำเร็จครั้งแรกเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2553  มีอัตราการรอดตาย  15-25%  กุ้งตัวตลกชุดแรกที่เพาะสำเร็จ เจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์และเริ่มวางไข่ เมื่ออายุได้ 5 เดือน   ปัจจุบันลูกกุ้งตัวตลกจากแม่พันธุ์ที่เพาะได้เอง อยู่ในรุ่่น F1 การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งตัวตลก เลี้ยงในตู้กระจก  ขนาด 12*24*15 นิ้ว ใส่น้ำ 30 ลิตร  ให้ดาวทะเลเป็นอาหารวันละ 1 มื้อ  แม่กุ้งจะวางไข่ติดกับบริเวณขาว่ายน้ำ ไข่ใช้เวลาพัฒนา 15-20 วัน จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงและฟักออกจากไข่เป็นระยะ Zoea ทำการรวบรวมลูกกุ้งจากตู้พ่อแม่พันธุ์ไปอนุบาลในบ่อซีเมนต์ ขนาดความจุ 1.5 ลูกบาศก์เมตร ใส่น้ำ 100 ลิตร และทดลองอนุบาลในถังพลาสติกความจุ 200ลิตร


          ลูกกุ้งตัวตลกวัยอ่อนที่ฟักออกเป็นตัวประมาณ  900-2000 ตัว/ครั้ง  ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่พันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างจากระยะซูเอีย (Zoea)  ถึงระยะลงเกาะหรือระยะคว่ำ (Postlarva)  ใช้เวลา 36-56 วัน  ระยะเวลาที่ลูกกุ้งเริ่มลงเกาะจนหมดชุดใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน  อุณหภูมิน้ำมีค่าประมาณ  28 - 30 องศาเซลเซียส ความเค็ม  30-33  ส่วนในพัน  อนุบาลลูกกุ้งด้วยโรติเฟอร์และอาร์ทีเมียแรกฟัก   ใส่แพลงก์ตอนเพื่อเป็นอาหารโรติเฟอร์    เมื่อลูกกุ้งลงเกาะจะให้กินดาวทะเลเป็นอาหาร  โดยหักเป็นชิ้นเล็กๆ  ขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร  ให้วันละ 1 มื้อ ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำและดูดตะกอนทุกวัน วันละ50% และเปลี่ยนถ่ายน้ำทั้งหมดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง กระตุ้นให้ลูกกุ้งลอกคราบจะได้เจริญเติบโตเร็วขึ้น


       จากความสำเร็จในการเพาะพันธุ์กุ้งการ์ตูน ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง ได้ให้ความรู้กับนักศึกษา หน่วยงานราชการและประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน   โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อมาที่สำนักงานหรือผู้รับผิดชอบการเพาะเลี้ยงกุ้งการ์ตูน    ทั้งนี้ศูนย์ฯได้ทดลองศึกษาวิธีการอนุบาลลูกกุ้งการ์ตูนเพื่อให้ได้อัตราการรอดตายที่เพิ่มขึ้นและทำอาหารสำเร็จรูปทดแทนดาวทะเล  ในส่วนของการอนุรักษ์อยู่ในระหว่างการประสานกับหน่วยงานต่างๆ  เพื่อจัดทำโครงการปล่อยพันธุ์กุ้งการ์ตูนคืนแนวปะการัง      เนื่องจากกุ้งการ์ตูนมีบทบาทความสำคัญต่อแนวปะการังและมีจำนวนลดน้อยลงมาก

ชนิดและพันธุ์สัตว์น้ำที่จำหน่าย

ชนิดและพันธุ์สัตว์น้ำที่จำหน่าย
 ชนิดสัตว์น้ำขนาด (ซ.ม.)ราคา (บาท)
กุ้งแชบ๊วย1 - 1.50.04
กุ้งแชบ๊วย1.5 - 2.00.07
กุ้งกุลาดำp10 - p150.12
กุ้งกุลาดำp21 - p250.20

นอเพลียสกุ้งขาวแวนนาไม เกรด A
(ผลิตจากพ่อแม่พันธุ์ต่างประเทศ)
นอเพลียส0.0100

นอเพลียสกุ้งขาวแวนนาไม เกรด B
(ผลิตจากพ่อแม่พันธุ์ในประเทศ)
นอเพลียส0.0050

กุ้งขาวแวนนาไม
 PL 10 - 150.10

กุ้งขาวแวนนาไม
 PL 16 - 200.12

กุ้งขาวแวนนาไม
 PL 21 - 250.15
ปลากะพงขาว7 - 15 วัน0.20
ปลากะพงขาว  16 - 20 วัน0.25
ปลากะพงขาว1 - 1.51.00
ปลากะพงขาว22.00
ปลากะพงขาว 33.00
ปลาการ์ตูนแดง140
ปลาการ์ตูนแดง1.560
ปลาการ์ตูนแดง280
ปลาการ์ตูนแดง3120
ปลาการ์ตูนดำแดง 113
ปลาการ์ตูนดำแดง226
ปลาการ์ตูนดำแดง452
ปลาการ์ตุนอินเดียนแดง 110
ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง220
ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง330
ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง440
ปลาการ์ตูนอานม้า115
ปลาการ์ตูนอานม้า230
ปลาการ์ตูนอานม้า345
ปลาการ์ตูนอานม้า460
ปลาการ์ตูนอานม้า575
ปลาการ์ตูนส้มขาว110
ปลาการ์ตูนส้มขาว220
ปลาการ์ตูนส้มขาว330
ปลาการ์ตูนส้มขาว440
ปลาการ์ตูนส้มขาว550
ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ115
ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ230
ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ345
ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ460
ปลาการ์ตูนลายปล้อง115
ปลาการ์ตูนลายปล้อง230
ปลาการ์ตูนลายปล้อง345
ปลาการ์ตูนลายปล้อง460
ปลาการ์ตูนเพอร์คูล่า140
ปลาการ์ตูนเพอร์คูล่า1.560
ปลาการ์ตูนเพอร์คูล่า280
ปลาการ์ตูนแก้มหนาม140
ปลาการ์ตูนแก้มหนาม1.560
ปลาการ์ตูนแก้มหนาม280
ปลากะรังเสือ 1 นิ้ว10
ปลากะรังเสือ2.5  นิ้ว25
ปลากะรังเสือ4  นิ้ว40
ปลากะรังเสือ5  นิ้ว50
ปลากะรังเสือ6.5  นิ้ว65
ปลากะรังเสือ8  นิ้ว80
ปูม้าmegalop0.10
ปูม้าyoung  crab 0.3 - 0.50.30
ปูม้า young  crab 0.6 -1.00.50
หอยหวาน2 มิลลิเมตร0.05
หอยหวาน3-5 มิลลิเมตร0.15
หอยหวาน10.60
หอยหวาน1.5-21.00

การเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูน


                                    การเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูน

          การเลี้ยงปลาสวยงามได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย   ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงภายในครอบครัว  ตามร้านอาหาร โรงแรม สถานที่ราชการ หรือหน่วยงานต่าง ๆ  เนื่องจากตู้ปลาสวยงามจะสร้างความสวยงาม ความเพลิดเพลินให้แก่ผู้พบเห็น บางคนเลี้ยงปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกภายในครอบครัว ทำให้มีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เป็นการสร้างความรักความสามัคคีและความผูกพันธุ์ภายในครอบครัว เด็ก ๆ ที่ได้เลี้ยงปลาสวยงามจะทำให้เขามีความรัก ความเมตตาต่อสัตว์ มีจิตใจอ่อนโยน  ทำให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข  ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญในสังคมปัจจุบัน    จากความนิยมในการเลี้ยงปลาสวยงาม ได้ก่อให้เกิดกิจกรรม และธุรกิจต่อเนื่องหลายอย่าง สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่บุคคลหลายกลุ่มธุรกิจ   เช่น ธุรกิจเพาะพันธุ์ปลา ธุรกิจจำหน่ายปลา ธุรกิจขนส่ง   ธุรกิจผลิตและขายอุปกรณ์การเลี้ยงปลา ธุรกิจยา อาหาร และสารเคมี และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งปรากฎชัดเจนแล้วว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับปลาสวยงามได้สร้างงานสร้างรายได้ เข้าประเทศได้ดีทางหนึ่ง

                      การเลี้ยงปลาสวยงามแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามลักษณะน้ำที่ใช้เลี้ยงคือ การเลี้ยงปลาสวยงามน้ำจืดและการเลี้ยงปลาสวยงามทะเล ในอดีตเมื่อนึกถึงการเลี้ยงปลาสวยงาม คนส่วนใหญ่มักนึกถึงแต่การเลี้ยงปลาสวยงามน้ำจืด ส่วนการเลี้ยงปลาสวยงามทะเลจะเป็นสิ่งที่ไกลตัวและเป็นเรื่องยาก แต่ปัจจุบันเมื่อคนเข้าใจในระบบนิเวศน์ของทะเลมากขึ้น การเลี้ยงปลาทะเลจึงเป็นสิ่งที่ไม่ยากเหมือนแต่ก่อน การเลี้ยงปลาสวยงามทะเลจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปลาทะเลจะมีความสวยงามกว่าปลาน้ำจืดนั่นเอง แต่ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือการจับปลาจากทะเล และการเก็บสิ่งประดับตู้ปลาต่าง ๆ จากทะเลเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะสร้างรายได้อย่างงามให้แก่คนในธุรกิจนี้แต่ก็มีผลเสียต่อธรรมชาติ เป็นอย่างมากเช่นกัน ด้านการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามทะเลในปัจจุบันพบว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่า ที่ควร คือเพาะพันธุ์ได้น้อยชนิด และผลิตได้จำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับความต้องการของตลาด ดังนั้นหากจะพัฒนาธุรกิจด้านการเลี้ยงปลาสวยงามทะเล จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งศึกษาด้านการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามทะเล การเพาะพันธุ์ปะการัง รวมไปถึงพันธุ์ไม้น้ำทะเลด้วย

               เมื่อ นึกถึงปลาสวยงามทะเล คนส่วนใหญ่จะนึกถึงปลาการ์ตูนเป็นลำดับต้น ๆ เนื่องจากปลาการ์ตูนเป็นปลาที่มีสีสรรสวยงาม น่ารัก เชื่องง่าย เมื่อการเลี้ยงปลาทะเลสวยงามเริ่มขยายตัว ปลาการ์ตูนจากธรรมชาติจึงถูกจับมาขายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูงและเป็นปลาที่จับได้ง่าย ปัจจุบันนี้พบว่า ประชากรของปลาการ์ตูนชนิดต่าง ๆ ได้ลดจำนวนลงอย่างมาก เกือบเข้าภาวะวิกฤติ จะต้องได้รับการช่วยเหลือโดยด่วน สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ ในสังกัด กองเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปลาชนิดนี้ทั้งในด้านการอนุรักษ์และคุณค่าทาง เศรษฐกิจ จึงเริ่มศึกษาด้านการเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนของไทยตั้งแต่ต้นปี 2544 โดยผสมผสานความรู้จากการศึกษาพฤติกรรมการวางไข่และการเจริญเติบโตของปลา การ์ตูนส้มขาวของอุ่นจิต (2537) กับความรู้ด้านการเพาะพันธุ์ปลากะรังของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จังหวัดกระบี่ จนถึงปัจจุบัน ( กรกฎาคม 2545) สามารถเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนได้ 5 ชนิด คือ ปลาการ์ตูนส้มขาว ปลาการ์ตูนลายปล้อง ปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลือง ปลาการ์ตูนหลังอาน และปลาการ์ตูนอินเดียน ทั้ง 5 ชนิด สามารถผลิตปลาขนาด 1 นิ้ว ได้จำนวนมากและมีอัตรารอดสูงอย่างสม่ำเสมอ วิธีการต่าง ๆ ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้
 


 ชีววิทยาของปลาการ์ตูน                                                                                                                               

            ปลาการ์ตูนเป็นปลาที่ถูกจัดอยู่ในครอบครัวปลาสลิดหิน (damselfishes, family pomacentridae) (สุภาพร, 2543) ปัจจุบันปลาการ์ตูนทั่วโลกที่สำรวจพบ และได้รับการจำแนกแล้วมี 28 ชนิด เป็นสกุล (genus) Amphiprion จำนวน 27 ชนิด และ สกุล Premnas อีก 1 ชนิด คือ spinecheek anemonefish, Premnas biaculeatus ซึ่งลักษณะที่ใช้แยกปลาสกุลนี้ออกมาคือ มีหนามขนาดใหญ่ (enlarged spine) บริเวณใต้ตา (Allen, 1997)อุ่นจิต(2537) กล่าวว่า ปลาการ์ตูนที่พบในน่านน้ำไทยมี 7 ชนิด แบ่งเป็นฝั่งอันดามัน 5 ชนิด ได้แก่ ปลาการ์ตูนส้มขาว ปลาการ์ตูนอินเดียน ปลาการ์ตูนลายปล้อง ปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลือง และปลาการ์ตูนแดงดำ ส่วนปลาการ์ตูนที่พบในอ่าวไทยมี 2 ชนิด คือ ปลาการ์ตูนหลังอาน และปลาการ์ตูนอินเดียนแดง แต่ ธรณ์(2544) กล่าว ว่า ปลาการ์ตูนลายปล้องสามารถพบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน นอกจากนั้นยังพบปลาการ์ตูนส้มขาว และ ปลาการ์ตูนอินเดียนที่เกาะโลซิน จังหวัดนราธิวาส (อ่าวไทย) อีกด้วย

           ปลาการ์ตูนพบได้เฉพาะในเขตมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิกบางส่วน ในธรรมชาติปลาการ์ตูนจะอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากดอกไม้ทะเล ดังนั้นเราจะพบปลาการ์ตูนได้ก็ต่อเมื่อได้พบดอกไม้ทะเลเท่านั้น แม้ว่าดอกไม้ทะเลจะมีเข็มพิษแต่กลับไม่ทำอันตรายต่อปลาการ์ตูน ทำให้ปลาการ์ตูนอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยในดอกไม้ทะเล จากการสำรวจพบว่า ปลาการ์ตูนแต่ละชนิดจะจำเพาะเจาะจงต่อชนิดของดอกไม้ทะเลที่จะอาศัยอยู่ด้วย แต่ก็มีปลาการ์ตูนอีกหลายชนิดที่สามารถอาศัยอยู่กับดอกได้ทะเลได้หลายชนิด

       ปลาการ์ตูนแต่ละชนิดจะมีรูปแบบสีที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งปกติจะประกอบไปด้วยสีส้ม แดง ดำ เหลือง และส่วนใหญ่จะมีแถบสีขาวพาดขวางลำตัว 1-3 แถบ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของปลาการ์ตูนก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นปลาการ์ตูนชนิดเดียวกันแต่ก็จะมีส่วนที่มีสีแตกต่าง กันอยู่เสมอ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่ทำให้ปลาการ์ตูนจำคู่ของมันได้ นอกจากนั้นปลาที่อาศัยต่างสถานที่กันอาจมีสีที่แตกต่างกันได้เรียกว่าความ ผันแปรของสี (colour variation)โดยปกติปลาการ์ตูนจะอยู่กันเป็นคู่ ๆ และอาจมีปลาขนาดเล็กอาศัยร่วมอยู่ด้วย แต่ในดอกไม้ทะเลดอกหนึ่ง จะมีปลาตัวผู้และตัวเมียอย่างละตัวเท่านั้น ปลาตัวเมียจะมีขนาดโตกว่าตัวผู้และตัวอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด และทำหน้าที่เป็นผู้นำ คอยปกป้องอาณาเขตที่เป็นที่อาศัยของมัน ถ้าปลาตัวเมียตายไป จะมีปลาตัวใหม่เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตัวเมียแทน หรือหมายความว่า ปลาการ์ตูนสามารถเปลี่ยนเพศจากเพศผู้เป็นเพศเมียได้ Allen(1997) กล่าวว่า ปลาการ์ตูนจะวางไข่ครั้งละหลายร้อยฟองบริเวณฐานของดอกไม้ทะเล ซึ่งมีหนวดของดอกไม้ทะเลปกคลุม ทำให้ไข่มีความปลอดภัย พ่อปลาจะคอยดูแลไข่ หลังจากนั้น 6-7 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวและล่องลอยไปตามน้ำ ใช้ระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ จากนั้นปลาต้องหาดอกไม้ทะเลเพื่อเป็นที่อยู่ ไม่อย่างนั้นปลาจะตายเนื่องจากอดอาหาร หรือถูกกิน

ปลาทะเลสวยงามสำหรับการเลี้ยงเริ่มต้น

ปลาทะเลสวยงามสำหรับการเลี้ยงเริ่มต้น ในท้องตลาดปลาทะเลโดยทั่วไปแล้ว มีปลาทะเลหลากหลายชนิด ให้เราเลือกเลี้ยง ซึ่งแต่ละชนิดนั้นก็มีความยาก-ง่ายในการเลี้ยงแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความสามารถ ในการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมในตู้ทะเลของเรา ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบบ่อยสำหรับ ผู้เลี้ยงปลาทะเลเริ่มต้นคือ ไม่รู้ว่าปลาชนิดไหนเลี้ยงง่าย หรือ เลี้ยงยาก จึงซื้อมาเลี้ยงด้วย ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต เสียเงิน และเสียกำลังใจในที่สุด ซึ่งสิ่ง สำคัญที่เราควรตระหนักคือ เราไม่ควรซื้อปลาชนิดนั้นมาเลี้ยงเพราะเห็นว่าเลี้ยงง่าย แต่เมื่อ เลี้ยงไปนานๆแล้วเบื่อ ก็นำไปไว้ที่อื่น เราควรเลือกซื้อปลาที่เราอยากเลี้ยงจรืงๆ โดยศึกษา ข้อดี ข้อเสีย ของปลาชนิดนั้นๆว่าเหมาะกับการที่เราจะนำมาเลี้ยงหรือไม่ก่อนที่จะเลี้ยง สำหรับบทความนี้จะกล่าวถึงปลาทะเลที่เีลี้ยงได้ไม่ยากจนเกินไปนัก เหมาะสำหรับมือใหม่ ซึ่งจะกล่าวถึงข้อดี - ข้อเสีย สำหรับปลาแต่ละตัวไว้สำหรับพิจารณา.. - ปลาตระกูลแดมเซล ( ระดับความง่ายในการเลี้ยง : 10 ) ปลาชนิดนี้ส่วนมากจะมีสีน้ำเงินที่เราพบเห็นตามท้องตลาด มีหลากหลายชนิดทั้ง แดมเซลหางเหลือง,บลูแดมเซล,เลมอนแดมเซล รวมถึงปลาโดมิโน ซึ่งมีสีดำ และมีจุดเล็กๆ สีขาว 3 จุดบนตัว และปลาม้าลายที่มีลายขาวสลับดำบนลำตัว ข้อดี 1.เป็นปลาที่กินอาหารง่ายมาก ทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด 2.สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้แทบทุกสภาวะ เลี้ยงง่าย ตายยาก 3.เป็นปลาที่ราคาถูก หาได้ง่าย 4.มีสีสันสวยงาม ฉูดฉาด สะดุดตา ข้อเสีย 1.เป็นปลาที่ดุมากๆ หวงถื่น ชอบกัดปลาตัวอื่น โดยเฉพาะปลาชนิดเดียวกันอาจ กัดจนถึงตายได้ ดังนั้นจึงควรเลี้ยงได้ตู้ละ 1 ตัวเท่านั้น ( ข้อเสียมากๆ ) ยกเว้น นีออนแดมเซลที่ดุน้อยที่สุดและสามารถเลี้ยงได้มากกว่า 1 ตัวในตู้ 2.ชอบขุดพื้นเป็นรู ทำให้ทรายฟุ้งกระจาย และอาจทำให้หินในตู้ถล่มได้ 3.เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็วมาก หลบเก่ง จึงทำให้จับยากมากเวลาจะเอาออกจากตู้ อาจต้องรื้อหินในตู้ทั้งหมดเพื่อทำการจับออก 4.สำหรับโดมิโนและม้าลายจะโตเร็วมาก และจะยิ่งเพิ่มความดุขึ้นเรื่อย ๆ - ปลาตะกรับ ( ระดับความง่ายในการเลี้ยง : 10 ) เป็นปลาที่มีหลายชนิด มีหลายสี มีทั้งตะกรับเขียว ตะกรับฟ้า เป็นต้น ข้อดี 1.เป็นปลาที่กินอาหารง่ายมาก ทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด 2.สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้แทบทุกสภาวะ เลี้ยงง่าย ตายยาก โตเร็ว 3.เป็นปลาที่ราคาถูก หาได้ง่าย เป็นปลาที่นิยมมากที่สุด มีหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาการ์ตูนลายปล้อง ปลาการ์ตูนแดง ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ เป็นต้น แต่ที่นิยมเลี้ยงส่วนมาก คือ ปลาการ์ตูนส้ม จากการ์ตูนดัง นีโม เนื่องจากเป็นที่คุ้นตามากกว่า ซึ่งปลาการ์ตูนเป็นปลา ที่มีลักษณะเฉพาะคือว่ายน้ำบิดไป-มา ทำให้ดูน่ารักเป็นพิเศษ และสามารถเลี้ยงได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีดอกไม้ทะเล ( Anemone ) ซึ่งต้องใช้ไฟจัดในการเลี้ยงเท่านั้น ( ไฟ MH หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ 6 หลอดขึ้นไป ) ข้อดี 1.มีรูปร่างน่ารักสวยงาม สีสันฉูดฉาด สะดุดตา 2.เป็นปลาที่กินอาหารง่ายทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด ( บางตัวอาจต้องหัดกิน อาหารสำเร็จรูปก่อน ) 3.เป็นปลาที่ค่อนข้างทนในหลายๆสภาวะแวดล้อม จัดว่าเลี้ยงง่าย 4. เป็นปลาที่ไม่ดุร้ายกับปลาชนิดอื่น เลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ ยกเว้น การ์ตูนบางชนิด 5.มีราคาตั้งแต่ถูก ถึง แพง ขึ้นอยุ่ว่านำเข้าหรือไม่ หรืออาจมีลายที่หาพบได้ยาก ข้อเสีย 1.เป็นปลาที่ชอบถูกจับยามาจากทะเล ทำให้มาตายในตู้เราโดยไม่รู้สาเหตุ 2.สำหรับ ปลาการ์ตูนแดง ปลาการ์ตูนลายปล้อง และปลาการ์ตูนมะเขือเทศ เป็นปลา ที่ดุร้ายมาก หวงถิ่น มักจะกัดปลาการ์ตูนด้วยกัน นอกเสียจากมันจะจับคู่กันแล้ว จึงไม่ควรเลี้ยงปลาการ์ตูนหลายๆชนิดในตู้เดียวกัน นอกจากตู้จะใหญ่ และลง ปลาตามลำดับความดุร้าย จากดุร้ายน้อย ไปมาก - ปลาตระกูล dottyback ( ระดับความยากในเลี้ยง : 8.5 ) เป็นปลาตัวเล็กที่มีสีสันฉูดฉาด ที่พบมากได้แก่ ปลาสตอเบอรี่ ปลาแพคคาเนลล่า ( หวานเย็น ) ปลาไดเดรียม่า ปลารอยอลแกรมม่า ซึ่งเป็นปลาที่มีสีชมพูทั้งตัว อาจมีสีเหลือง สลับครึ่งบน ครึ่งล่างแล้วแต่ชนิด ข้อดี 1.เป็นปลาที่กินอาหารง่ายมาก ทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด 2. มีสีสันสวยงาม ฉูดฉาด สะดุดตา 3.เป็นปลาที่ราคาไม่แพงมาก ยกเว้น รอยัลแกรมม่าที่มีราคาค่อนข้างสูง 4.เป็นปลาที่ค่อนข้างทนในหลายๆสภาวะแวดล้อม จัดว่าเลี้ยงง่าย แต่ถ้าอุณหภูมิ เปลี่ยนแปลงบ่อย อาจเป็นจุดขาวได้ ข้อเสีย -เป็นปลาที่ดุมาก หวงถิ่น ชอบกัดปลาตัวอื่น โดยเฉพาะปลาชนิดเดียวกันอาจ กัดจนถึงตายได้ ดังนั้นจึงควรเลี้ยงได้ตู้ละ 1 ตัวเท่านั้น - ไฟร์ฟิช ( ระดับความยากในการเลี้ยง : 8 ) เป็นปลาตระกูลโกบี้ ลำตัวยาว มีครีบหลังยาวเป็นเอกลักษณ์ สำหรับอีกชนิดหนึ่งที่พบบ่อยคือ Purple firefish ซึ่งมีราคาแพงกว่าเล็กน้อย ข้อดี 1. มีสีสันสวยงาม รูปร่างเป็นเอกลักษณ์ 2.เป็นปลาที่กินอาหารง่าย ทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด 3.สามารถทนสภาวะแวดล้อมต่าง ๆได้ดีพอสมควร แต่ค่อนข้างอ่อนแอในน้ำที่ ไม่มีคุณภาพ 4.เป็นปลาที่นิสัยสงบ ไม่ดุร้าย สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ ข้อเสีย 1.เป็นปลาขี้ตกใจ ถ้าในตู้มีปลาที่ว่ายน้ำเร็วๆ หรือปลาที่ไล่ จะหลบอยู่แต่ในหิน ไม่ออกมาโชว์ตัว ไม่กินอาหารและอาจกระโดดออกมาจากตู้ทำให้ตายได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยสำหรับการเลี้ยงปลาชนิดนี้ ป้องกันได้โดยการหาฝาปิดตู้ 2.อาจดุร้ายต่อปลาชนิดเดียวกันยกเว้นถ้าจับคู่แล้ว จึงแนะนำให้เลี้ยงตู้ละ 1 ตัว หรืออาจเลี้ยงหลายตัวได้ถ้าตู้ใหญ่และมีที่หลบมากพอ - ปลาตระกูลเบลนนี่ ( ระดับความง่ายในการเลี้ยง : 8.5 ) เป็นปลาที่มีรูปร่างยาว ชอบว่ายน้ำสลับกับเกาะไปตามหิน ตามพื้น มีหลายพันธุ์ หลายแบบ ตามร้านขายปลาทะเลทั่วไป ข้อดี 1.เป็นปลาที่กินอาหารง่าย ทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด บางชนิดอาจกินตะไคร่ ได้ดี เช่น Bicolour blenny หรือบางชนิดอาจจะกินตะไคร่ตามพื้นทราย 2.สามารถทนสภาวะแวดล้อมต่าง ๆได้ดีและราคาไม่แพงมาก 3.เป็นปลาที่นิสัยสงบ ไม่ดุร้าย สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ ข้อเสีย 1.บางชนิดอาจมีสีสันไม่ค่อยสวยงาม หน้าตาประหลาด 2.อาจดุร้ายกับพวกเดียวกันได้ - ปลาตระกูลโกบี้ ( ระดับความง่ายในการเลี้ยง : 8.5 ) เป็นปลาที่มีหลายสายพันธุ์มากที่เห็นบ่อยได้แก่ แก้วปะการัง, Two spot goby , โกบี้บิน , โกบี้ขาว เป็นต้น ข้อดี 1.เป็นปลาที่กินอาหารง่าย ทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด บางชนิดอาจกินตะไคร่ ได้ดี เช่น Two spot goby หรือบางชนิดอาจจะกินตะไคร่ตามพื้นทรายโดยการ อมทรายเ้ข้าไปแล้วปล่อยออกมา 2.สามารถทนสภาวะแวดล้อมต่าง ๆได้ดี 3.เป็นปลาที่นิสัยสงบ ไม่ดุร้าย สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ 4.บางชนิดมีสีสันสวยงามและราคามีหลายระดับตั้งแต่ถูกถึงแพง ข้อเสีย 1.บางชนิดอาจมีสีสันไม่ค่อยสวยงาม หน้าตาประหลาด 2.บางชนิดที่อมทราย จะเป็นการกำจัดสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่มีประโยชน์ในทรายและ อาจจะพ่นทรายฟุ้งในตู้ทำให้น้ำขุ่นและรบกวนปะการัง 3.ดุร้ายกับพวกเดียวกันนอกจากจับคู่แล้ว จึงแนะนำให้เลี้ยงตู้ละ 1 ตัว - ปลาคาร์ดินัล ( ระดับความง่ายในการเลี้ยง : 7.5 ) ส่วนมากที่พบคือ ปลาคาร์ดินัลลองฟิน ที่มีลายขาวสลับดำและ ปลาคาร์ดินัลตาแดง ซึ่ง เป็นปลาที่ชอบลอยนิ่งๆอยู่กับที่ ไม่ค่อยว่ายน้ำไปไหน มีลักษณะตาโต สีสันสวยงาม ข้อดี 1.สามารถทนสภาวะแวดล้อมต่าง ๆได้ดี แต่ถ้าสภาวะเปลี่ยนแปลงมากจะเป็นจุดขาว และอาจเปื่อยได้ 2.เป็นปลาที่นิสัยสงบมาก ไม่ดุร้าย สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้และสามารถ เลี้ยงได้มากกว่า 1 ตัวในตู้ โดยวันๆจะลอยนิ่งอยู่กลางน้ำ 3.มีรูปร่างแปลกเป็นเอกลักษณ์ สวยงาม ข้อเสีย - ส่วนมากจะกินแต่อาหารสด ไม่ค่อยกินอาหารเม็ด นอกจากจะเลี้ยงไปนานๆ หรือฝึกให้กิน ซึ่งค่อนข้างเป็นปัญหาเรื่องการให้อาหาร - ปลาตระกูล Wrasse ( ระดับความยากในการเลี้ยง : 8 ) สำหรับปลาตระกูลนี้บางชนิดก็เลี้ยงยาก เช่น ปลาพยาบาล มีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่เลี้ยง ง่าย เช่น Sixline wrasse, ปลากัดทะเล , แก้วเหลือง , แก้วแดง เป็นต้น ซึ่งเวลานอน อาจจะมุดทราย หรือ สร้างเมือกขึ้นมาห่อหุ้มตัวเอง ข้อดี 1.เป็นปลาที่กินอาหารง่าย ทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด 2.สามารถทนสภาวะแวดล้อมต่าง ๆได้ดี 3.เป็นปลาเล็ก ที่มีสีสันสวยงาม ฉูดฉาดสะดุดตา 4.เป็นปลาที่นิสัยสงบ ไม่ดุร้าย สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้รวมทั้งพวกเดียวกัน ข้อเสีย -เป็นปลาที่ค่อนข้างอ่อนแอในบางภาวะ อาจตายโดยไม่ทราบสาเหตุ - ปลาสิงโต ( ระดับความง่ายในการเลี้ยง : 8.5 ) เป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงามมาก โดดเด่นและสะดุดตา ปลาสิงโตนี้มีหลายพันธุ์แตกต่าง กันไป ซึ่งเป็นปลาที่แปลกและหาได้ไม่ยาก ข้อดี 1.เป็นปลาที่ค่อนข้างทนในหลายๆสภาวะแวดล้อม จัดว่าเลี้ยงง่าย 2.เป็นปลาที่มีความสวยงามมากชนิดหนึ่ง มีครีบที่ดูอลังการ 3.มีราคาไม่สูงมากถ้าเทียบกับความสวยงามของมัน ข้อเสีย 1.เป็นปลาที่ไม่กินอาหารสำเร็จรูป ต้องเลี้ยงด้วยอาหารสด ซึ่งให้เพียงไรทะเล อาจไม่เพียงพอ อาจต้องให้กุ้งฝอย ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก 2.ไม่สามารถเลี้ยงรวมกับกุ้ง หรือ ปลาขนาดเล็กกว่าปากมันได้ เนื่องจากจะถูก กินเป็นอาหาร 3.มีพิษที่ครีบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้เลี้ยงได้ถ้าเผลอไปโดน - ปลาตระกูลแทงค์ ( ระดับความง่ายในการเลี้ยง : 7 ) เป็นปลาที่มีหลายพันธุ์ เช่น Blue tang ,Yellow tang ,Purple tang เป็นต้น สำหรับ ปลาที่แนะนำสำหรับมือใหม่ได้แก่ Brown tang , Baby tang เป็นปลาที่กินเยอะและ ถ่ายของเสียเยอะ ชอบว่ายน้ำ ข้อดี 1.เป็นปลาที่กินอาหารง่าย ทั้งอาหารสำเร็จรูป และ อาหารสด นอกจากนี้ยังเป็นปลา ที่ชอบกินสาหร่ายหรือสามารถให้ผักกาดกินเป็นอาหารได้ 2.เป็นปลาที่นิสัยไม่ดุร้าย สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นๆได้ 3.เป็นปลาที่มีสีสันสวยงาม สะดุดตา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 4.มีหลายราคา ตั้งแต่ ปานกลางไปจนถึงแพง ข้อเสีย 1.เนื่องจากเป็นปลาที่กินมากและขับถ่ายของเสียมาก จึงจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงในตู้ ที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น ประกอบกับนิสัยที่ชอบว่ายน้ำไปมาของมันด้วย 2.ตู้ที่เลี้ยงควรเป็นตู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 3 - 6 เดือน เพื่อจะได้มีระบบที่เสถียร และสามารถรองรับของเสียที่เกิดขึ้นจากตัวปลาได้
แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: We_lovejj Date: 13/10/13, [09:59:48]
พอดีจะหามาลงน่ะครับ ตู้ที่เลี้ยงไซส์ 36 นิ้วครับ หน้าที่หลักๆก็สร้างสีสันในตู้หน่อย และกำจัดตะไคร่ตามมุมที่ขัดไม่ได้น่ะครับ เสป็กที่อยากได้คือ
1. โตเต็มที่ไม่ใหญ่นัก
2. ไม่ดุครับ สมาชิกในตู้ตอนนี้มีแค่ แก้วซิกไลน์ กับ สตอเบอรี่
3. เลี้ยงง่าย ทนๆหน่อยเหมาะกับมือใหม่
4. ไม่กินก้นตู้(สำคัญเลย)

และพวกนี้อาหารเสริมมันนอกจากอาหารเม็ด ผัก แล้วไอ้สาหร่ายแบบที่ไว้ทำแกงจืด กับพวกวากาเมะ มันกินไหมครับ

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: swat13 Date: 13/10/13, [11:07:14]
เบบี้แทงค์ครับ ไม่ใหญ่เท่าใดนัก
อึดและกินง่ายครับ
โมมินี่อทงค์ก็น่าสนนะครับ

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: kookkaii Date: 14/10/13, [11:18:49]
Foxface อีกตัวครับ

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: un_petit_garcon Date: 14/10/13, [14:09:49]
เห็นเขาว่ากันว่า เยลโล่ว์แทงก์ เหมาะสำหรับมือใหม่ และขนาดโตเต็มที่ ตู้ 36 ยังเอาอยู่ เลยว่าจะลองดู

ผมเองก็ตู้ 36 เคยได้ยินเขาบอกว่า บลูแทงก์ โตเต็มที่ประมาณค่อนฟุต อยากเลี้ยงแต่ก็กลัวตู้เล็กไปสำหรับเขาเหมือนกัน ไม่รู้จริงเท็จประการใด

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: i_pop Date: 14/10/13, [23:06:52]
พวกแทงค์เท่าที่รู้ที่เห็นใหญ่แทบทั้งนั้น   ถ้าอยากลงแทงค์เอาแบบที่ทั่วๆไปก็บลูแทงค์ เยลโล่แทงค์  เบบี้แทงค์ บราวแทงค์  โอ้ยย เพียบ   ไอ้ที่ราคาที่คนสามัญทั่วไปจับต้องได้ ก็ไอ้พวกนี้แหละ  ถ้าแพงขึ้นไปอีกก็พวก โซฮาว เพอเพิลแทงค์ แบล็คแทงค์ เจมแทงค์ บลาๆๆๆๆ
   อย่างที่บอกตอนแรก พวกแทงค์นี่พอโตเต็มที่ค่อยข้างจะใหญ่พอสมควร แต่กว่าจะใหญ่ขนาดนั้นก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน+กับสารอาหารที่ได้ไปด้วย ดังนั้น เรื่องขนาดเนี่ยตัดทิ้งไปเหอะ  หาปลาขนาดเล็กมาเลี้ยงแทนละกัน บลูแทงค์ผมอยู่มา 2ปีกว่าละ ขนาดตอนนี้ไม่เกิน4 นิ้ว
   ส่วนเรื่องจิกก้นตู้เนี่ย เท่าที่เลี้ยงมาหลายตัว พวกนี้ไม่ค่อยยุ่งกะก้นตู้นะ น้อยมากๆ แต่ก็มีบางตัวเหมือนกันที่ยุ่งเหมือนกันจากคำบอกเล่าของเพื่อนฝูง (คงประมาณว่าเหมือนซื้อหวยละมั้ง  วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ)
   ส่วนเรื่องดุเนี่ย พวกนี้ค่อนข้างขึ้นชื่ออยู่เหมือนกัน แต่ เท่าที่ทราบมาจะดุกับพวกพวกแทงค๋ด้วยกันเองซะส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางตัว เช่น เยลโล่แทงค์ เพอเพิลแทงค์ ที่ดุกับพวกอื่นด้วย  อย่างเพอเพิลกะเยลโลตู้คนรู้จักกันดุยังกะหมา  เอาอะไรลงไปก็ไม่ได้ พี่ท่านตีตายหมด  ล่าสุดพี่ท่านซัดปลาทองหมดไป 1 โหล แต่อีกนั่นแหละ แทงค์ในตู้ผมไม่เห็นมันจะดุเลย มีรับน้องกันบ้าง วันสองวันก็เลิก ผมว่ามันก็เหมือนๆกับเลี้ยงหมานะ   บางคนเลี้ยงก็ดุชิบ บางคนเลี้ยงก็แสนจะใจดี
   ส่วนเรื่องความยากง่ายนั้นพวกแทงค์นี่ค่อนข้างเลี้ยงง่ายนะ ยกเว้นพวกโซฮาว เซอร์เจียน พาวเดอร์บลู อชิเรส ที่เค้าว่ากันว่าเลี้ยงยาก  (เอาแบบทั่วๆไปที่สามัญชนสามารถจับต้องได้นะ   ส่วนพวกราคาแพงผมไม่รู้  วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ)
   ดังนั้น......ผมขอแนะนำอย่างนี้ครับ 
1.ชอบตัวไหนก็ซื้อตัวนั้นครับ ตามงบประมาณที่มี ไม่อยากได้ตัวใหญ่ก็เอาตัวเล็กมาแทนไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดครับ  นานนนนนกว่ามันจะใหญ่ขนาดนั้น วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ
2. ถ้าคิดจะลงแทงค์หลายๆตัว ลำดับการลงให้ดีๆครับ  มันมีบางตัวที่เมื่อเป็นเจ้าถิ่นแล้วมันจะดุอย่างแรง เอากันถึงตาย แต่ก็อย่างว่าอีกนั่นแหละ ตู้ผมตอนลง บลูแทงค์ เบบี้แทงค์ แล้วก็เยลโล่แทงค์ ไม่เห็นมันจะตีกัน มีล่าสุดที่ลงแทงค์กินตะไคร่ ที่โดนรับน้องนิดหน่อย แล้วก็ไม่ยุ่งกันอีกเลย  ผมว่าแล้วแต่ดวงด้วยล่ะมั้ง  ก๊ากกก ก๊ากกก

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: area8 Date: 15/10/13, [04:20:03]
พวกแทงค์เท่าที่รู้ที่เห็นใหญ่แทบทั้งนั้น   ถ้าอยากลงแทงค์เอาแบบที่ทั่วๆไปก็บลูแทงค์ เยลโล่แทงค์  เบบี้แทงค์ บราวแทงค์  โอ้ยย เพียบ   ไอ้ที่ราคาที่คนสามัญทั่วไปจับต้องได้ ก็ไอ้พวกนี้แหละ  ถ้าแพงขึ้นไปอีกก็พวก โซฮาว เพอเพิลแทงค์ แบล็คแทงค์ เจมแทงค์ บลาๆๆๆๆ
   อย่างที่บอกตอนแรก พวกแทงค์นี่พอโตเต็มที่ค่อยข้างจะใหญ่พอสมควร แต่กว่าจะใหญ่ขนาดนั้นก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน+กับสารอาหารที่ได้ไปด้วย ดังนั้น เรื่องขนาดเนี่ยตัดทิ้งไปเหอะ  หาปลาขนาดเล็กมาเลี้ยงแทนละกัน บลูแทงค์ผมอยู่มา 2ปีกว่าละ ขนาดตอนนี้ไม่เกิน4 นิ้ว
   ส่วนเรื่องจิกก้นตู้เนี่ย เท่าที่เลี้ยงมาหลายตัว พวกนี้ไม่ค่อยยุ่งกะก้นตู้นะ น้อยมากๆ แต่ก็มีบางตัวเหมือนกันที่ยุ่งเหมือนกันจากคำบอกเล่าของเพื่อนฝูง (คงประมาณว่าเหมือนซื้อหวยละมั้ง  วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ)
   ส่วนเรื่องดุเนี่ย พวกนี้ค่อนข้างขึ้นชื่ออยู่เหมือนกัน แต่ เท่าที่ทราบมาจะดุกับพวกพวกแทงค๋ด้วยกันเองซะส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางตัว เช่น เยลโล่แทงค์ เพอเพิลแทงค์ ที่ดุกับพวกอื่นด้วย  อย่างเพอเพิลกะเยลโลตู้คนรู้จักกันดุยังกะหมา  เอาอะไรลงไปก็ไม่ได้ พี่ท่านตีตายหมด  ล่าสุดพี่ท่านซัดปลาทองหมดไป 1 โหล แต่อีกนั่นแหละ แทงค์ในตู้ผมไม่เห็นมันจะดุเลย มีรับน้องกันบ้าง วันสองวันก็เลิก ผมว่ามันก็เหมือนๆกับเลี้ยงหมานะ   บางคนเลี้ยงก็ดุชิบ บางคนเลี้ยงก็แสนจะใจดี
   ส่วนเรื่องความยากง่ายนั้นพวกแทงค์นี่ค่อนข้างเลี้ยงง่ายนะ ยกเว้นพวกโซฮาว เซอร์เจียน พาวเดอร์บลู อชิเรส ที่เค้าว่ากันว่าเลี้ยงยาก  (เอาแบบทั่วๆไปที่สามัญชนสามารถจับต้องได้นะ   ส่วนพวกราคาแพงผมไม่รู้  วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ)
   ดังนั้น......ผมขอแนะนำอย่างนี้ครับ 
1.ชอบตัวไหนก็ซื้อตัวนั้นครับ ตามงบประมาณที่มี ไม่อยากได้ตัวใหญ่ก็เอาตัวเล็กมาแทนไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดครับ  นานนนนนกว่ามันจะใหญ่ขนาดนั้น วะฮ่ะๆๆๆ วะฮ่ะๆๆๆ
2. ถ้าคิดจะลงแทงค์หลายๆตัว ลำดับการลงให้ดีๆครับ  มันมีบางตัวที่เมื่อเป็นเจ้าถิ่นแล้วมันจะดุอย่างแรง เอากันถึงตาย แต่ก็อย่างว่าอีกนั่นแหละ ตู้ผมตอนลง บลูแทงค์ เบบี้แทงค์ แล้วก็เยลโล่แทงค์ ไม่เห็นมันจะตีกัน มีล่าสุดที่ลงแทงค์กินตะไคร่ ที่โดนรับน้องนิดหน่อย แล้วก็ไม่ยุ่งกันอีกเลย  ผมว่าแล้วแต่ดวงด้วยล่ะมั้ง  ก๊ากกก ก๊ากกก

ชอบเยลโล่แทงค์ ว่าจะลงหลายตัว แต่มัยมาดุซะงั้นล่ะ แหยะ ลงเยลโล่ทยอย ลงได้ใช่มั๊ยครับ

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: i_pop Date: 15/10/13, [08:52:09]
ชอบเยลโล่แทงค์ ว่าจะลงหลายตัว แต่มัยมาดุซะงั้นล่ะ แหยะ ลงเยลโล่ทยอย ลงได้ใช่มั๊ยครับ
ทยอยลงก็ได้ครับ แต่ก็เหมือนไปวัดดวงเอา ขอแนะนำว่าลงพร้อมๆกันดีกว่าครับ แต่ก็มีบางท่านเค้าจะเอาปลาใหม่ใส่กล่องใสๆหรือกล่องที่เป็นตาข่าย ใส่ปลาใหม่แล้วเอาไว้ให้ตู้หลักก่อน  ทิ้งไว้ซักระยะ แล้วค่อยปล่อยลงไป  คงประมาณว่าให้ทำความรู้จักกันมั้ง

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: area8 Date: 16/10/13, [00:21:19]
ทยอยลงก็ได้ครับ แต่ก็เหมือนไปวัดดวงเอา ขอแนะนำว่าลงพร้อมๆกันดีกว่าครับ แต่ก็มีบางท่านเค้าจะเอาปลาใหม่ใส่กล่องใสๆหรือกล่องที่เป็นตาข่าย ใส่ปลาใหม่แล้วเอาไว้ให้ตู้หลักก่อน  ทิ้งไว้ซักระยะ แล้วค่อยปล่อยลงไป  คงประมาณว่าให้ทำความรู้จักกันมั้ง

 ขอบคุณมากครับ  เจ๋ง เจ๋ง

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: We_lovejj Date: 16/10/13, [07:19:19]
ขอบคุณสำหรับตำแนะนำนะครับ เดี๋ยวพร้อมเมื่อไหร่จะลองไปหาดูอีกที โฮะๆๆ...

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: bill2517 Date: 16/10/13, [09:23:12]
พอดีจะหามาลงน่ะครับ ตู้ที่เลี้ยงไซส์ 36 นิ้วครับ หน้าที่หลักๆก็สร้างสีสันในตู้หน่อย และกำจัดตะไคร่ตามมุมที่ขัดไม่ได้น่ะครับ เสป็กที่อยากได้คือ
1. โตเต็มที่ไม่ใหญ่นัก
2. ไม่ดุครับ สมาชิกในตู้ตอนนี้มีแค่ แก้วซิกไลน์ กับ สตอเบอรี่
3. เลี้ยงง่าย ทนๆหน่อยเหมาะกับมือใหม่
4. ไม่กินก้นตู้(สำคัญเลย)

และพวกนี้อาหารเสริมมันนอกจากอาหารเม็ด ผัก แล้วไอ้สาหร่ายแบบที่ไว้ทำแกงจืด กับพวกวากาเมะ มันกินไหมครับ
1. แทงก์ขนาดใหญ่ทุกตัวครับ ไม่เหมือนตระกูลแองเจิ้ลที่มีแคระ กับเจิ้ลใหญ่
2. ไม่ดุกับกลุ่มอื่น แต่จะดุกับ ปลาที่มีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกัน
4. ก้นตู้ไม่ยุ่งครับ
3. เลี้ยงง่าย-ยาก อันนี้บอกยากครับ ให้ดีต้องกินเม็ดก่อน ส่วนพวกยากๆหน่อยก็ เซอร์เจี้ยน-พาวเดอร์-อชิ หรือลองหาคำว่า "ปลาปราบเซียน" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตระกูลแทงก์ เป็นกลุ่มที่เมื่อปรับสภาพเข้ากับตู้ได้แล้ว จะกินแบบพายุ ดังนั้นของเสียจะมาเป็นพายุเหมือนกัน อายุตู้ควรเยอะหน่อยซัก6เดือนกำลังดีเพื่อให้ระบบในตู้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว จะดีกว่าครับ เพราะหากนำมาเลี้ยงในช่วงเริ่มตู้ใหม่ๆ ของเสียจะขึ้นเร็วมากหลังจากได้แทงก์มา  และหากคิดว่าจะหาสัตว์เพื่อกำจัดตะไคร่ขอให้มองไปที่กลุ่มอื่นก่อนดีกว่า เช่นพวก เบลนนี่ - หอย - เม่น ทั้งหลายน่าจะกินตะไคร่ได้เก่งกว่าแทงก์ที่เมื่อหัดกินเม็ดได้แล้ว แทบจะไม่ค่อยขยันกินตะไคร่หรือสาหร่ายเท่าไหร่

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: i_pop Date: 16/10/13, [10:38:49]

1. แทงก์ขนาดใหญ่ทุกตัวครับ ไม่เหมือนตระกูลแองเจิ้ลที่มีแคระ กับเจิ้ลใหญ่
2. ไม่ดุกับกลุ่มอื่น แต่จะดุกับ ปลาที่มีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกัน
4. ก้นตู้ไม่ยุ่งครับ
3. เลี้ยงง่าย-ยาก อันนี้บอกยากครับ ให้ดีต้องกินเม็ดก่อน ส่วนพวกยากๆหน่อยก็ เซอร์เจี้ยน-พาวเดอร์-อชิ หรือลองหาคำว่า "ปลาปราบเซียน" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตระกูลแทงก์ เป็นกลุ่มที่เมื่อปรับสภาพเข้ากับตู้ได้แล้ว จะกินแบบพายุ ดังนั้นของเสียจะมาเป็นพายุเหมือนกัน อายุตู้ควรเยอะหน่อยซัก6เดือนกำลังดีเพื่อให้ระบบในตู้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว จะดีกว่าครับ เพราะหากนำมาเลี้ยงในช่วงเริ่มตู้ใหม่ๆ ของเสียจะขึ้นเร็วมากหลังจากได้แทงก์มา  และหากคิดว่าจะหาสัตว์เพื่อกำจัดตะไคร่ขอให้มองไปที่กลุ่มอื่นก่อนดีกว่า เช่นพวก เบลนนี่ - หอย - เม่น ทั้งหลายน่าจะกินตะไคร่ได้เก่งกว่าแทงก์ที่เมื่อหัดกินเม็ดได้แล้ว แทบจะไม่ค่อยขยันกินตะไคร่หรือสาหร่ายเท่าไหร่
2. ไม่ดุกับกลุ่มอื่น แต่จะดุกับ ปลาที่มีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกัน
ดุกับกลุ่มอื่นด้วยครับ ตีตายเป็นฝูงแทบจะหมดตู้   ปลาทอง คาร์ดินัลตาฟ้า ตะกรับ  กระจิบ แค่เอาลงใส่กล่องไว้ พี่ท่านก็มารอสอยแล้ว
4. ก้นตู้ไม่ยุ่งครับ
ยุ่งครับ  เห็นบ่นกันมาหลายคนละ ล่าสุดที่เจอเป็นเบบี้แทงค์ ซัดเขา  ผมกำลังจะไปรับตัวมาโยนใส่กระบะของผม
  แต่  ผมว่าแล้วแต่ปลาด้วยนะประมาณว่าคล้ายๆกับเจิ้ลที่ไม่ยุ่งกับก้นตู้นั่นแหละ

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: joe55 Date: 16/10/13, [11:09:54]
ตู้ผม นาโซ่ ถูกดี บลูแทง ธอมสันแทง 3 ตัวสนิทกันดีไม่ยุ่งก้นตู้ ว่าจะเอาเยลโล่ รออีก 2-3 เดือนค่อยลง มาตอนแรกผอมมากตอนนี้อ้วนทุกตัว มีอาหารตัวหนึ่งแทงชอบมาก

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: wallpoom Date: 16/10/13, [17:44:34]

ตู้ผม นาโซ่ ถูกดี บลูแทง ธอมสันแทง 3 ตัวสนิทกันดีไม่ยุ่งก้นตู้ ว่าจะเอาเยลโล่ รออีก 2-3 เดือนค่อยลง มาตอนแรกผอมมากตอนนี้อ้วนทุกตัว มีอาหารตัวหนึ่งแทงชอบมาก
แนะนำอาหารแท้งหน่อยดิครับ  ของผมไม่อ้อนเลย หมดกัน...

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: joe55 Date: 16/10/13, [22:12:22]
ปลาผมชอบ  seaweed extreme  รุปจะเปงเยลโล่แท็งค์คับ หอสีเขียวเข็มคับ เห็นร้านขายปลาที่สวยใช้เยอะเลยซื้อมาลองปลาชอบมาก  ดมจากกลิ่นน่าจะมีส่วนผสมของสากร่ายเยอะคับ

Re: แนะนำปลาตระกูลแทงค์หน่อยครับ By: tanapat Date: 18/10/13, [08:28:11]
แท้งค์นี่มันคืออะไรเหรอครับ ผมอ่านมาหลายกระทู้แล้ว ไม่รู้เรื่องเลย มีคำนิยาม หรือคำจำกัดความมั้ยครับ ขอบคุณครับ




ที่มา:aqua.c1ub.net/forum/lite.php?topic=233850.0